Jigsaw Learning — การเรียนรู้แบบจิกซอว์

แนวคิด เทคนิคการสอนแบบร่วมมือที่พัฒนาโดย เอลลิออต อารอนสัน (Elliot Aronson) แนวคิดคือ “ผู้เรียนทุกคนต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญของเนื้อหาสักชิ้น แล้วนำมาถ่ายทอดให้กลุ่มตัวเอง” จนเมื่อรวมกันจึงได้เนื้อหาที่ครบถ้วนและหลากหลายมุมมอง ตัวรูปแบบเด่นคือ การแบ่งกลุ่มแบบเรียบง่าย (ดูความสามารถ ไม่ใช่ดูสกุลหรือเพศ) คิดและตัดสินใจเดี่ยว ซึ่งแตกต่างจากการเรียนการสอนแบบร่วมมือทั่วไป

จุดที่ทำให้จิกซอว์ต่างจาก “แบ่งงานกลุ่ม” คือ ไม่มีใครเป็นคนเดียวที่ทำงานส่วนไหนทั้งหมด ทุกคนต้องเข้าใจเนื้อหาของตัวเองจนถ่ายทอดได้ จึง ตรวจสอบได้ว่าครูสอนครบหรือยัง และเด็กอ่อนก็ได้รับบทบาทที่ตนทำได้ ไม่ถูกทิ้งหลัง

องค์ประกอบ / ขั้นตอน (การเตรียม 4 อย่าง + การจัดการเรียนรู้ 4 ขั้น)

การเตรียมความพร้อม — ครูเตรียม 4 อย่าง

  1. สื่อการเรียนรู้ ตามหัวข้อ — แบ่งหัวข้อในเนื้อหาเท่ากับจำนวนสมาชิกกลุ่ม (ห้องใหญ่ให้ 2 คนรับผิดชอบร่วมกันได้)
  2. ใบกิจกรรม 2 ชุด — ชุดสำหรับ Expert Group (คำถามระดับ จำ / เข้าใจ / วิเคราะห์ / สังเคราะห์) และชุดสำหรับ Home Group (คำถามรวมของทั้งหน่วย) ต้องระบุชัดว่าศึกษาจากแหล่งไหน และต้องได้ผลงานอะไร
  3. ช่องทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ — ห้องแยกย่อย / ป้ายบอร์ดออนไลน์ / Flipgrid / Padlet / Explain Everything / Jamboard โดยกำหนดจำนวนห้อง เวลา และคำชี้แจงให้ชัด
  4. ความเข้าใจของผู้เรียนเรื่องรูปแบบ — ให้ดูวิดีโแนะนำสั้น ๆ หรือใบประกอบคำอธิบาย เพราะเป็นเทคนิคที่นักเรียนมักไม่เคยทำมาก่อน

การจัดการเรียนรู้ — 4 ขั้นตอน

  1. ตรวจสอบความพร้อม — ชี้แจงวัตถุประสงค์ ลักษณะกิจกรรม เกณฑ์ให้คะแนนรายบุคคล/รายกลุ่ม แล้วให้พิมพ์คำสำคัญหรือความรู้สึกต่อหัวข้อของตน (ครูต้องพบว่าส่วนใหญ่ศึกษามาล่วงหน้าจริง ไม่งั้นจัดกิจกรรมต่อไปไม่ได้)
  2. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง Expert — ผู้เรียนที่รับผิดชอบหัวข้อเดียวกันเข้าห้องเดียวกัน (Expert Group) แนะนำตัว ตรวจสอบว่ามาครบ พูดคุยสาระสำคัญ ตอบใบกิจกรรมของตน ครูสุ่มเข้าไปสังเกตและตั้งคำถามกระตุ้นชวนให้ช่วยกันแก้ปัญหา
  3. สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันของ Home Group — กลับเข้าห้องเดิม ถ่ายทอดความรู้ของตนให้เพื่อนฟัง แล้วร่วมกันทำผลงานของกลุ่มตามใบกิจกรรม Home Group
  4. นำเสนอผลงาน — ตัวแทนนำเสนอผลงานบนบอร์ดหรือช่องทางที่กำหนด ครูสรุปประเด็นสำคัญและเติมสิ่งที่นักเรียนยังไม่ครอบคลุม

การประเมินผล — ครูประเมินจาก การสังเกตความรับผิดชอบต่อหน้าที่รายบุคคล ควบคู่กับ คุณภาพชิ้นงานกลุ่ม ตามเกณฑ์ที่แจ้งไว้ตั้งแต่ต้น ตัวผู้เรียนสะท้อนคิดกับตนเองหรือเพื่อน โดยใช้การสังเกตพฤติกรรม แบบทดสอบ การสัมภาษณ์ การสอบถาม การเขียนสะท้อนการเรียนรู้ และการประเมินโดยเพื่อน

ตัวอย่างในวิชาการงานอาชีพ ม.2 — หน่วย “การจัดการงบประมาณครัวเรือน” แบ่งหัวข้อเป็น 5 หัวข้อ กลุ่มละ 5 คน: (ก) รายได้–รายจ่ายประจำ (ข) ค่าสาธารณูปโภค (ค) การออมเงิน (ง) การเปรียบเทียบแพ็กเกจและราคา (จ) การวางแผนจ่ายเงินฉุกเฉิน — แต่ละคนศึกษาหัวข้อตัวเองจากใบความรู้ 1 แหล่ง แล้วค้นเพิ่มอีก 1 แหล่ง จากนั้นกลับมาถ่ายทอดในกลุ่ม เพื่อร่วมจัดทำ “แผนงบประมาณครัวเรือนของฉัน” ออกมาเป็นชิ้นงานชิ้นเดียวกัน

ตัวอย่างอีกกรณี (สาระที่ 2 การประดิษฐ์สิ่งของและบริการ) — หน่วย “การทำขนมไทย” หัวข้อ (ก) ส่วนผสมและอัตราส่วน (ข) วิธีชั่งตวง (ค) อุณหภูมิและเวลา (ง) การจัดแต่งและบรรจุ (จ) การเก็บรักษา

ข้อดี

  • เป็นตาข่ายนิรภัย (safety net) — ถ้านักเรียนคนใดยังไม่เข้าใจ กลุ่มจะเป็นคนช่วยอธิบาย ไม่มีใครหลุดจากการเรียนรู้
  • ครูตรวจสอบความครอบคลุมได้จริง — ถ้านักเรียนถ่ายทอดไม่ได้ แปลว่ายังไม่เข้าใจ เห็นช่องโหว่ตั้งแต่กลุ่มคาบ ไม่ต้องรอถึงข้อสอบ
  • ฝึกทักษะถ่ายทอดและการสื่อสาร — ตรงกับงานจริง เพราะในงานอาชีพต้อง “สอนคนอื่น” ต่อได้
  • ฝึกการทำงานร่วมกับคนที่ไม่คุ้นเคย ลดการเกาะกลุ่ม และเกิดความไว้วางใจ

ข้อจำกัด

  • เตรียมเอกสารเยอะและใช้เวลาวางแผนมาก — ต้องแบ่งเนื้อหาให้เท่ากลุ่ม และทำใบกิจกรรม 2 ชุด
  • เสียงดังและยุ่ง โดยเฉพาะช่วงห้องแยกย่อย ต้องมีระบบจัดเวลาและสัญญาณจบเวลา
  • เปราะกับนักเรียนที่ไม่ศึกษาล่วงหน้า — กลุ่ม Expert จะขาดคนถ่ายทอด ต้องมีเกณฑ์ให้คะแนนรายบุคคลหรือบทลงโทษรองรับ
  • ต้องการปริมาณเนื้อหาพอสมควร — ถ้าบทเรียนสั้นเกินไป (เช่น 15 นาที) การเข้า–ออกห้อง Expert จะไม่คุ้มค่า

แหล่งต้นทาง


โน้ตที่เกี่ยวข้อง